ความจริงอันโหดร้ายของขนมคีโต

ขนมคีโตกับอาหารคีโต ไปด้วยกันได้ไหม

บางคนเห็นคำว่า คีโต โอ้แม่เจ้ากินได้นี่นา อัดมันเข้าไปเลย สิบชิ้นก็บ่ยั้น ผมเชื่อนะว่ามีคนคิดแบบนี้จริง ๆ

เรามาว่าถึงขนมก่อน ถามว่าปกติ เวลาที่คุณทานอาหารแบบปกติ คนทานขนมบ่อยแค่ไหน จะขนมปัง ขนมเค้ก หรือของหวานต่าง ๆ ถ้าตอบว่าบ่อยก็ไม่น่าแปลกใจนะที่ว่าน้ำหนักของคุณถึงมากขึ้น จนคุณมาตัดสินใจลดน้ำหนักกับอาหารคีโต

ความจริงอันโหดร้ายของน้ำตาลเทียม

ความจริง ก็คือความจริง พลังงานมันไม่หายไปไหนครับ (กฎการรักษาพลังงาน The law of conservation of Energy) เวลาคุณทานอาหารคีโต คุณก็รับพลังงานจากขนมและเค้กเข้าไปในร่างกายอยู่ดี อีกทั้งเสริมด้วยความหวานกรุบกริบจากขนมอีก คอมโบอย่างดีครับ สมองแฮปปี้ จิตใจเป็นสุข อิ่มเอิบทั่วหน้าครับ แม้ว่าน้ำตาลเทียมต่าง ๆ จะไม่กระตุ้นอินซูลิน หรือไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด (GI = 0) เลย แต่มันทำให้สมองหลั่งสารความสุขหรือ Dopamine ได้นะครับ (reward response – การให้รางวัลจากสมอง)

เพราะเมื่อเรามีความสุข มีหรือที่ร่างกายจะไม่อยากให้เรามีความสุขตลอดไป

ขนมต่าง ๆ ผมอยากให้มองเป็น Treat แปลเป็นไทยก็เหมือนของขวัญของรางวัลที่คือการให้รางวัลกับตัวเอง

  • ลดน้ำหนักได้ 5 กิโลมีของขวัญได้ไหม ได้
  • วันนี้วันเกิดเพื่อนมีของขวัญได้ไหม ได้
  • เป็นวันครบรอบแต่งงาน มีของขวัญได้ไหม ได้ เป็นต้น

แต่ของขวัญไม่ควรที่จะให้ทุกๆวันใช่หรือไม่ เพราะเมื่อทำเช่นนั้นมันก็จะไม่พิเศษหรือก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย

เช่นเดียวกัน การให้ของขวัญกับสมองบ่อย สมองก็จะสั่งและคาดหวังว่าพรุ่งนี้ มะรืนก็ต้องได้ของขวัญนะ หรือแม้กระทั่งของขวัญต้องดีและยิ่งใหญ่ขึ้น (คนที่แต่งงานแล้วน่าจะมีโมเม้นต์นี้ที่คาดหวังว่าวันครบรอบแต่งงานแล้วต้องได้อะไรแน่เลย และคงต้องดีกว่าปีก่อนแน่เลย) ถ้าไม่ได้ก็จะหงุดหงิด โวยวาย ในระหว่างทานอาหารคีโตก็เช่นกัน อาการอาจจะไม่รุนแรงเหมือนเมื่อครั้งที่คุณทานแบบปกติที่เต็มไปด้วยแป้งและน้ำตาล

ความจริงอันโหดร้ายของแป้งมะพร้าว แป้งอัลมอนด์

ประโยชน์ของอาหารคีโต

ทำไมเราเห็นแป้งสองตัวนี้โผลออกมาบ่อย เมื่อพูดถึงการทำขนมต่างๆในอาหารคีโต โดยปกติแล้วที่ 1 / 4  ถ้วยตวงของแป้งขาวอาจจะมีคาร์บที่ 19 กรัม แป้งโฮว์วีทมีคาร์บที่ 17 กรัม แป้งข้าวเจ้า 18 กรัม เป็นต้น

ในขณะที่ แป้งมะพร้าวมีคาร์บที่ 6 กรัม และแป้งอัลมอนด์มีคาร์บที่ 3 กรัม ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับตัวอื่น แต่ถ้ามาเทียบกับผักไม่น้อยเลยนะครับแป้งมะพร้าว 1 / 4 ถ้วย มีคาร์บเหมือนฟักทอง 1 ขีด แป้งอัลมอนด์ 1 / 4 ถ้วย ให้คาร์บเหมือนหัวไชเท้า 1 ขีด

สังเกตคำว่า 1 / 4 ถ้วยตวงดีดีนะครับ แค่ประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ

แป้งสาลีแป้งมะพร้าวแป้งอัลมอนด์
ไขมัน0.25 ก.4 ก.14 ก.
โปรตีน3.25 ก.4 ก.6 ก.
คาร์โบไฮเดรต19 ก.16 ก.6 ก.
ใยอาหาร0.75 ก.10 ก.3 ก.

คนก็จะเริ่มสงสัย อ้าวแล้วปัญหามันจะอยู่ตรงไหน

หากใครเคยทำขนมคีโตทานก็น่าจะทราบว่าถ้าใช้แป้งมะพร้าวเนื้อจะออกมาลุ่ย เราต้องใส่ไข่ น้ำมัน หรือเนย เพิ่มเพื่อให้เนื้อสัมผัสได้ ในขณะที่แป้งอัลมอนด์ (มีไขมัน 14 กรัม ต่อ 1 / 4 ถ้วย) อาจจะไม่ต้องใส่ไข่เพิ่มเพื่อให้มันอยู่รูปเหมือนแป้งมะพร้าว แต่ก็ต้องใช้ปริมาณมากกว่า เพราะมันไม่ได้ดูดน้ำเหมือนกับแป้งมะพร้าว

ก็น่าจะพอเริ่มเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ ว่าไขมันที่เกิดจากขนมจากของทั้งสองอย่างนี้ไม่ธรรมดาเลย อาหารคีโตแม้จะถูกมองว่าเป็นอาหารที่เน้นไขมันก็จริง แต่การทานไขมันในปริมาณที่มาก ๆ ยิ่งเมื่อรวมกับความหวานอร่อยหอมมัน ยิ่งทำให้คุณทานเข้าไปเยอะโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ตามมาก็คือ แคลอรี่มันก็มากกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน

แม้ว่าผมจะแนะนำว่า จำกัดคาร์บ โปรตีนพอเหมาะ ไขมันพออิ่ม

แต่เมื่อคุณเริ่มกลับมาเล่นกับน้ำตาลเทียมนี้แล้ว เชื่อผมเหอะครับไขมันแต่ละวันจากขนมเกินพออิ่มก่อนชัวร์

สำหรับใครที่มีปัญหาน้ำหนักเริ่มไม่ลด ชะลอ นิ่ง ไม่ไปไหน ลองพิจารณาดูว่า ขนมคีโตที่คุณทานเป็นแบบของขวัญพิเศษ หรือเป็นของหวานหลังมื้ออาหารกันแน่?

ที่มาบางส่วน

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5003688/

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5003688/

https://blogs.scientificamerican.com/mind-guest-blog/tricking-taste-buds-but-not-the-brain-artificial-sweeteners-change-braine28099s-pleasure-response-to-sweet/

https://www.leaf.tv/articles/how-many-carbs-are-in-flour/

https://paleoleap.com/coconut-vs-almond-flour/

ใส่ความเห็น