ฉลากสารอาหารที่แปะไว้ข้างผลิตภัณฑ์มาจากไหน

เคยสงสัยไหมครับว่าฉลากสารอาหารที่แปะไว้ ข้างผลิตภัณฑ์นี่เขาได้ตัวเลขมาจากไหน

(ปล. ผมไม่ได้ชำนาญด้านนี้นะครับ ข้อมูลบางอย่างอาจจะมีผิดพลาดก็ขออภัย  )

เขาคงไม่ได้ค่อยๆเอาวัตถุดิบแต่ละอย่างมากรอกลงใน MyFitnessPal หรอกนะครับ

ถ้าสังเกตฉลากทั่วไปข้างผลิตภัณฑ์

เฉพาะตัวเด่นที่เราสนใจใน อาหารคีโต ก็คือเน็ตคาร์บใช่ไหมครับ หรือคาร์โบไฮเดรตลบด้วยใยอาหาร โดยค่านี้แหละจะบอกเราได้ว่าสิ่งที่เราทานมันจะเป็นมิตรกับคีโตมากแค่ไหน

เน็ตคาร์บ

คาร์โบไฮเดรตเป็นค่าหนึ่งที่หายากที่สุดแล้ว

ก็เพราะเราไม่สามารถที่จะหาปริมาณคาร์บโบไฮเดรตได้ตรงๆนั้นเอง ปริมาณคาร์บโบไฮเดรต จะหาได้จาก 100 – (น้ำ + โปรตีน + ไขมัน + เถ้า)

โดยถ้ามีใครเข้าไปเล่นในฐานข้อมูล USDA ที่แอดมินชอบอ้างอิง เขาจะมีการพิมพ์ Total Carbohydrates, By difference ไว้

  1. ปริมาณน้ำ Water นี่จะหาง่ายสุดเลย ใช้การแห้ง แล้วชั่งน้ำหนักเอา
  2. โปรตีน Protein ใช้การหาจากปริมาณ Nitrogen เอา
  3. ไขมัน Fat นั้นจะหาได้จาก Acid hydrolysis และ solvent extraction using Soxtec
  4. ส่วนเถ้าหรือ Ash เราก็จะใช้การเผาเอานะครับ

พอเราได้ค่ามาหมดแล้วเราก็จะได้ค่าทั้งหมดที่ไม่รวมคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง

คราวนี้ในคาร์โบไฮเดรตเอง เพื่อนๆก็น่าจะเห็นว่ามักจะแบ่งเป็นสองส่วน คือ Fiber และ Sugar

โดย Fiber เราสามารถที่จะหาได้โดยการทำ Enzymatic-gravimetric ขณะที่น้ำตาลจะหาง่ายหน่อยโดยการทำ HPLC (High Performance Liquid Chromatography) ถ้าใครเคยเรียนเคมีในมหาลัยก็น่าจะคุ้นกับเทคนิคนี้ โดยเทคนิค HPLC นี่ทำได้หลากหลายมากนะครับ หาพวกวิตามินต่างๆ หรือน้ำตาลชนิดต่างๆก็รวมถึงผงชูรสด้วยก็ได้ แต่ปัญหาคือของเหล่านี้ส่วนใหญ่จะต้องละลายน้ำได้ ไม่อย่างงั้นก็ต้องเปลี่ยนตัวสารละลายหรือ Solvent ใหม่ยุ่งยากนิดนึง

พอเราได้ค่าทุกๆอย่างมาหมดแล้วเราก็จะได้ค่าตารางสารอาหารออกมาครับ ผมไม่แน่ใจนะว่าค่าบริการแต่ละเจ้าอยู่ที่เท่าไร แต่ส่วนใหญ่ถ้าทำทั้งหมดนี่ก็ราวๆ 5000-10000++ บาท โดยก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าแลปที่รับทดสอบได้มาตรฐาน 17025 หรือไม่ แถมถ้าทำตามมาตรฐานมันก็จะมีหลักการสุ่ม Lot มาด้วยนะครับ

ตารางราคา

แล้วพวกน้ำตาลเทียมนี่เราสามารถหาได้ไหม หาได้นะครับ ใช้เทคนิค HPLC เหมือนกันครับ ปล่อยมันไหลผ่านท่อกรอง แล้วก็ดูเวลามันออกมาจากท่อกรองครับว่าอยู่ตอนไหน แล้วก็ไปเทียบกับฐานข้อมูลที่เรามีอยู่ได้  แต่ว่าการทำเราก็ต้องรู้คร่าวๆก็นะว่าน้ำตาลที่ว่าเป็นประเภทไหนจะได้เลือกกระบอกกรองได้ถูกขนาดครับ ไม่งั้นก็แยกไม่ออกครับ

ทำให้ช่วงนี้เลยเห็นนมบางประเภทที่กล้าเคลมว่าไม่มี Lactose เลยก็เพราะมันผ่านวิธีนี้นี่แหละครับ แล้วตรวจไม่เจอ

ที่มา

กระทรวงสาธารณสุข ม.มหิดล ม.ลาดกระบัง (น่าจะยังไม่มี ISO 17025 เพราะปกติถ้ามีต้องห้ามบุคคลภายนอกเข้าในแลปเห็นว่าสามารถเช่าเครื่องทำได้)

ใส่ความเห็น