10 ลักษณะการทานอาหารคีโตแบบสมบูรณ์

10 ลักษณะการทานอาหารคีโตแบบสมบูรณ์ ตามแบบ ดร. Phinney

การทานอาหารคีโต นั้นมีหลาย ๆ ที่ที่จะสอนแค่การจำกัดคาร์โบไฮเดรต แต่ไม่ได้พูดถึงวิธีการทานให้ถูกต้อง ที่อาจจะช่วยป้องกันผลเสีย – unpleasant side effects and potential adverse events – เพื่อที่จะให้เข้าใจได้ง่ายและสามารถทานอาหารคีโตได้แบบสมบูรณ์แบบ หรือที่ Dr.Phinney เรียกว่า Well Formulated Ketogenic Diet (WFKD)

การทานแบบ WFKD หรืออาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ (แปลตรงๆอาจจะแบบการทานอาหารคีโตแบบวางแผน)

เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการจะอยู่ในภาวะที่เรียกว่า nutritional ketosis หรือภาวะคีโตสิสจากสารอาหาร โดยนี่อาจจะเป็นทางออกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการอยู่ในวิถีคีโตระยะยาว ที่มองนอกเหนือจากแค่การลดน้ำหนัก – การที่คุณมีโรคต่างๆ และหวังจะมารักษาด้วยอาหารคีโต ก็ควรปรึกษาแพทย์ดูก่อนนะครับ ว่ามีความเป็นไปได้ไหม เพราะหากคุณเป็นเบาหวานและใช้ยา หรือฉีดอินซ์ลินอยู่ การทานคีโตโดยไม่วางแผนอาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และความดันในเลือดต่ำได้

10 ลักษณะของอาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ – 10 Key Characteristics for Well Formulated Ketogenic Diet

1. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ จะต้องทำให้ร่างกายอยู่ใน Nutritional Ketosis ตลอดเวลา (ที่มาของคำว่า “จำกัดคาร์บ”)

  • เนื่องจากลักษณะทางกายที่แตกต่างกันในแต่ละคน ทำให้ความสามารถในการทนทานต่อคาร์โบไฮเดรตนั้นแตกต่างกัน ปริมาณคาร์บที่แต่ละคนทานได้อาจจะเริ่มตั้งแต่ 0 ไปจนถึง 100 กรัมต่อวันเลยก็ได้ (ผมแนะนำให้ทานต่ำกว่า 20-50 กรัมนะครับ)
  • ด้วยเหตุนี้ระหว่างการทานที่พลังงานต่อวันที่แตกต่างกัน แต่ละบุคคลและแต่ละช่วงของการทาน การกำหนดสัดส่วนคาร์โบไฮเดรตเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Macro แมคโคร จึงอาจจะไม่เหมาะ
  • จากประสบการณ์ของคุณหมอ Phinney ระดับ Ketone ที่เหมาะสมสำหรับ beta-hydroxybutyrate (BOHB) ในเลือดควรอยู่ระหว่าง 0.5 – 4.0 mM // ผมขออนุญาตเพิ่มเติมนิดนึงนะครับค่านี้จะแตกต่างจากตัวที่เราตรวจพบในปัสสาวะนะครับ ค่าในปัสสาวะเราวัดระดับคีโตนอีกตัวคือ acetoacetate
  • แม้ว่าเราต้องลดคาร์บให้น้อยลง แต่สิ่งสำคัญคือคาร์บจะต้องมาจากที่หลากหลาย เพื่อที่จะทำให้คุณสามารถทำต่อเนื่องได้นาน ๆ และทำให้อาหารน่าทาน (palatable) รวมถึงได้แร่ธาตุและวิตามินที่ครบถ้วน
  • โดยประโยชน์ของ Nutritional Ketosis ได้แก่ คุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบ เพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลิน และยังช่วยลดความหิวและลดความอยากอาหารได้อีกด้วย [1-6]
  • *เมื่อเราทานไปได้ซักระยะ แผ่นตรวจปัสสาวะจะตรวจปริมาณ acetoacetate ได้น้อยลงเนื่องจาก ปริมาณส่วนใหญ่จะสามารถเปลี่ยนไปเป็น BOHB ได้เกือบทั้งหมด ทำให้เมื่อทานไปซักระยะสีของแผ่นจะเริ่มอ่อนลง ซึ่งอาจจะใช้บ่งบอกความสามารถในการใช้คีโตนเป็นพลังงานได้
  • ในทางกลับกันหากคุณอดอาหารหรือทำ Fasting ระยะยาว ก็สามารถที่จะทำให้สีเข้มขึ้นได้ อีกกรณีคือการทานไขมันที่มากเกินกว่าร่างกายต้องการไขมันบางส่วนก็จะถูกเปลี่ยนเป็น acetoacetate และอาจจะมีแค่บางส่วนที่ถูกนำไปใช้จริง ๆ เพราะฉะนั้นแผ่นตรวจคีโตนนั้นมีความสำคัญในช่วง 2-3 เดือนแรกของการทาน แต่ถ้าในระยะยาวเราจะดูแค่สีที่เปลี่ยนไปเท่านั้นไม่สนใจความเข้มแต่อย่างใด

2. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ จะต้องให้สารอาหารที่เพียงพอ เพื่อช่วยรักษากล้ามเนื้อและหน้าที่ของกล้ามเนื้อ (ที่มาของคำว่า “โปรตีนพอเหมาะ”)

  • ตามหลักของของคุณหมอ Phinney คุณควรจะได้โปรตีนที่ 1.2 – 2.0 กรัมต่อน้ำหนักกิโลกรัมของหุ่นปกติตามความสูงของคุณ (น้ำหนักอ้างอิงไม่ใช่น้ำหนักปัจจุบันนะครับ) (7,8) – เพื่อน ๆ สามารถใช้โปรแกรมคำนวณปริมาณโปรตีนที่พอเหมาะของเพื่อน ๆ ได้ในเว็บนะครับ Keto Calculator
  • ถ้าคุณทานโปรตีนตามนี้ คุณไม่จำเป็นต้องทานคาร์โบไฮเดรตเพิ่มเพื่อรักษากล้ามเนื้อ (7,9)
  • การทานโปรตีนรวมกับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่สูงจะทำให้การผลิตคีโตนลดน้อยลงและอาจจะให้คุณหลุดออกจากภาวะ Nutritional Ketosis ได้ ยิ่งในคนที่มีลักษณะภาวะดื้ออินซูลิน ด้วยเหตุนี้วิธีปฏิบัติที่ง่ายคือการทานโปรตีนในปริมาณที่เหมาะ และทานคาร์บให้น้อยโดยควรได้รับจากผัก เมล็ด ถั่ว และเบอรี่ เพื่อที่จะได้รับสารอาหารและแร่ธาตุที่เพียงพอ

3. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ ต้องมีแร่ธาตุที่พอดีและเพียงพอต่อระบบหมุนเวียนโลหิต ระบบกล้ามเนื้อ รวมถึงระบบประสาท

  • โซเดียม และโพแทสเซียมที่พอเหมาะ จะช่วยให้ระบบหมุนเวียนทำงานได้ปกติและ หากโพแทสเซียมน้อยลงจะมีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อด้วย
  • เนื่องมาจากการที่ร่างกายขับโซเดียมมากกว่าปกติระหว่างที่อยู่ในภาวะ Nutritional Ketosis คนทั่วไปควรเพิ่มปริมาณโซเดียมต่อวันไปที่ 4-5 กรัม อาจจะยกเว้นในคนที่ทานยาเกี่ยวกับความดันสูงและยาเกี่ยวกับหัวใจ
  • การขาดแมกนีเซียม จะมีอาการตะคริว กล้าเนื้อกระตุก และระดับโพแทสเซียมในเลือดลดต่ำ อาการเหล่านี้จะเกิดได้ในคนที่ทานอาหารที่แย่ (poor diet) และทานยา รวมถึงผลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • การทานแมกนีเซียมนั้นสามารถที่จะมาจากอาหารทั่วไปหรือจากอาหารเสริม เพื่อที่จะช่วยรักษาสมดุลของการทำงานของกล้ามเนื้อ การทำงานของหัวใจ รวมถึงเพื่อรักษากล้ามเนื้อ (ซึ่งส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับจำนวนโปรตีนที่ทาน)

4. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ ในระหว่างการทานพลังงานส่วนใหญ่จะต้องมาจากไขมัน (ที่มาของไขมันพออิ่ม)

ตัวอย่าง

          ช่วงเริ่มต้น คุณอาจจะทาน 80-120 กรัมโปรตีน, 30-50 กรัมคาร์โบไฮเดรต และ 60-100 กรัมไขมัน

          ช่วงรักษาน้ำหนัก คุณอาจจะทาน 80-120 กรัมโปรตีน, 30-70 กรัมคาร์โบไฮเดรต และ 100-200 กรัมไขมัน

  • ในระหว่างการทาน ไขมันส่วนใหญ่ควรมาจาก ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (mono-unsaturated fat) และไขมันอิ่มตัว (saturated fat)
  • ไขมันโอเมก้า 6 แม้จะจัดว่าเป็นไขมันจำเป็นแต่ปริมาณที่ต้องการต่อวันนั้นน้อย ซึ่งคุณสามารถที่จะได้ไขมันนี้มาจากพืชผักต่างๆรวมถึงในเนื้อสัตว์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการใช้น้ำมันจากพืชที่มีไขมันประเภทโอเมก้า 6 สูง จึงไม่จำเป็นและควรหลีกเลี่ยงทุกเมื่อ
  • สำหรับคนที่ทานคีโตระยะยาว เมื่อน้ำหนักเริ่มนิ่ง (maintenance) เป็นเวลามากกว่า 1 ปีของการทานอาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบแล้ว คุณอาจจะเริ่มเพิ่มคาร์โบไฮเดรตเข้าไป และก็ยังสามารถอยู่ใน Nutritional Ketosis ได้ ด้วยเหตุนี้หากคุณต้องการเพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตคุณก็อาจจะต้องตรวจระดับคีโตนในเลือดและน้ำตาลเป็นระยะ เพื่อหาปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่พอเหมาะของคุณ
  • โปรตีนจะคงที่เกือบตลอดเวลาในทุกช่วงการทาน ในขณะที่ไขมันจะเพิ่มขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับพลังงานต่อวัน (ต้องเข้าใจพอเราผอมลงปริมาณไขมันในร่างกายก็ไม่เพียงพอต่อการให้พลังงานเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นการทานเข้าไปจึงเป็นการรักษาสมดุลแบบหนึ่งของร่างกาย)
  • สำหรับคนที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรืออ้วนมาก ควรเริ่มต้นการทานอาหารคีโตที่ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่จำกัดและไม่ควรเกิน 30 กรัมต่อวัน และอาจจะค่อยๆเพิ่มได้ ในขณะที่โปรตีนต่อวัน อยู่ในช่วง 1.2-2.0 กรัมต่อ กิโลกรัมของน้ำหนักปกติ ส่วนไขมันทานจนอิ่มและพอใจ (satiety)
  • *บางท่านอาจจะยังมองไม่เห็นภาพว่าพลังงานส่วนใหญ่จะมาจากไขมันได้อย่างไร ผมจะยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ไข่ไก่ 1 ฟองมีไขมันที่ 5 กรัม และโปรตีนที่ 6 กรัม แต่ทว่าเมื่อเราดูจากพลังงานแล้ว ไข่ไก่ 1 ฟอง จะให้พลังงานจากไขมันที่ 45 kcal ในขณะที่โปรตีนที่ 24 kcal
  • นอกจากนี้สำหรับคนที่ไม่ทราบ น้ำมัน 100 กรัม ก็คือไขมันล้วนๆ 100 กรัม ไม่เหมือนกับเนื้อสัตว์ 100 กรัม ที่อาจจะเป็นโปรตีนแค่ 25 กรัม
  • ด้วยเหตุนี้การใช้ร่างกายและความรู้สึกอิ่มเป็นตัวกำหนดแล้วจำให้คุณทานอาหารคีโตได้อย่างไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

5. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ – การนับหรือจำกัดแคลอรี่อาจจะไม่คำตอบสู่ความสำเร็จ

  • มีสูตรลดน้ำหนักหลายสูตรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการจำกัดแคลอรี่เพื่อที่จะให้น้ำหนักลด อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบนั้น ต้องการให้คุณทานไขมันจนอิ่ม และน้ำหนักก็ยังลด และยังช่วยเกี่ยวกับระบบเผาผลาญด้วย
  • การนับแคลอรี่ไม่จำเป็นเลย เพียงแค่ว่า แต่ละคนจะต้องตระหนักที่จะไม่ทานเกินความอิ่มของตัวเอง หรือเจตนาทานไขมันเข้าไปเยอะๆ เพียงเพื่อให้ร่างกายสร้างคีโตน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดๆ
  • สำหรับหลายๆ ท่านที่ทั้งชีวิตคุ้นชินกับอาหารลดน้ำหนักแบบที่ไม่มีไขมันหรือไขมันน้อย ซึ่งอาหารเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดการอักเสบ (Inflammation) รวมถึงการทำให้คุณไม่อิ่ม (inhibits satiety) การที่จะรู้จักว่า อิ่ม เป็นอย่างไรอาจจะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ การเรียนรู้ว่าความอิ่มเป็นอย่างไรเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
  • *ไขมันพออิ่มเป็นสิ่งที่ช่วงแรกอาจจะทำได้ยากและหลายคนไม่เข้าใจความหมายของคำนี้ เพราะตัวของคุณไม่เข้าใจคำว่าพออิ่มหมายถึงอะไร แต่ผมอยากให้คุณลองทานประมาณ 21 วัน คุณจะเริ่มมีความรู้สึกอิ่มเองครับ
  • ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับการทานกาแฟผสมวิปครีม กะทิ หรือน้ำมันนะครับ หากไม่เข้าใจเหตุและผลจริงๆ Bullet Proof Coffee หรือกาแฟผสมไขมันนั้นจริงๆ ทานได้ และทางต่างประเทศก็ทานกันแต่เขาทานแทนมื้ออาหารนะครับ ผมเห็นหลายๆคนมากๆ เลือกทานกาแฟผสมไขมันเป็นของว่างซะงั้น ตอนบ่ายๆก็ทาน จุดนี้เป็นสิ่งที่ง่ายมากที่จะทำให้คุณทานจนเลยจุดอิ่มโดยที่คุณไม่รู้ตัว หากน้ำหนักของคุณไม่ลด ลองดูนะครับเป็นเพราะคุณทานกาแฟผสมไขมันแบบแทนมื้ออาหาร หรือแค่ทานเป็นของว่างตอนบ่ายกันแน่

6. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ – อาหารที่ทานส่วนใหญ่ควรเป็นอาหารไม่ผ่านกระบวนการเยอะ

  • เลือกผักสด เนื้อ ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนมวัว (ชีส/โยเกิร์ต/เนย) เบอรี่ และถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชที่มีการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
  • อาหารแช่แข็ง ที่ไม่มีการใส่น้ำตาลหรือไม่ผ่านกระบวนการเยอะ สามารถที่จะทานได้ ตัวอย่าง เช่น กุ้งแช่แข็ง ผักแช่แข็ง เบอรี่แช่แข็ง เนื้อสัตว์แช่แข็ง
  • อาหารหมักดอง ที่ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มสามารถทานได้ เช่น โยเกิร์ต แตงกวาดอง กิมจิ เป็นต้น
  • อาหารแช่แข็งที่เป็นแบบโลว์คาร์บสามารถที่จะทานได้
  • ขอยกเว้นสำหรับอาหารแปลรูป ก็ เช่น แมกนีเซียม ก้อนน้ำซุป (Bouillon)
  • โปรตีนสำเร็จรูป (เวย์/โปรตีนเกษตร) ไขมันแบบพิเศษ (MCT) วิตามินที่มีความเข้มข้นสูง ของว่างแทนมื้อ เช่น พวก Shakes/ Bars โดยส่วนใหญ่อาหารเหล่านี้ควรทานนาน ๆ ครั้ง แต่อาหารเหล่านี้อาจจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณมีข้อจำกัดในการทาน เช่น การทานเจ การทานมังสวิรัติ

7. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ – อาหารคีโตแบบที่มีแคลอรี่ต่อวันน้อยกว่า 1000 kcal หรือ very low calorie diets ไม่ว่าจะมาจากอาหารแบบไหน จะไม่นับว่าเป็นอาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ เนื่องจากมีแร่ธาตุ สารอาหาร และแคลอรี่ ไม่เพียงพอต่อการทำระยะยาว

  • ยังไม่มีงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ยอมรับได้ที่มีการให้ทานอาหารแบบ VLCD อาหารที่มีแคลอรี่ต่ำมาก ติดต่อกันเกิน 6 เดือน และน้ำหนักไม่กลับมาภายใน 12 เดือนอย่างมีนัยยะ
  • *ด้วยเหตุนี้การทานอาหารคีโต คุณไม่ควรจะเอาแคลอรี่มาเป็นตัวบังคับการทานของคุณ หากแต่คุณควรให้ร่างกายเป็นตัวตัดสินปริมาณที่คุณควรทานต่อวัน โดย 1000 kcal น้อยมาก สำหรับคนทั่วไป เช่น ถ้าคุณต้องการโปรตีนที่ 75 กรัม คุณทานหมู 3 ขีด ให้ได้โปรตีน 75 กรัม แม้กระนั้นก็ตามหมูสามขีดนั้นก็มีไขมันถึง 40 กรัมแล้ว ทำให้แค่พลังงานจากหมูก็จะมีถึง 750 kcal บวกกับผักต่างๆ คุณก็จะได้รับพลังงานอีก 100-150 kcal แสดงว่าแค่คุณพยายามทานจากหมูและผักโดยไม่มีน้ำมันหรือปรุงอะไรเลย คุณก็จะได้พลังงานที่ 800-900 แล้ว ด้วยเหตุนี้มันเป็นไปได้ยากหากคุณไม่ได้ตั้งใจอดอาหาร เพื่อให้คุณทานต่ำกว่า 1000 แคลอรี่
  • นอกจากนี้บางคนอาจจะกังวลว่า ข้อ 7 จะไปขัดแย้งกับข้อ 4 หรือไม่ ผมยังใช้ตัวอย่างที่หมู 3 ขีด พลังงานจากโปรตีนคือ 75*4 = 300 แล้วจากไขมัน 40*9 = 360 อย่างที่เห็นแม้แค่ทานแต่หมูพลังงานส่วนใหญ่ของคุณก็จะมาจากไขมันอยู่แล้ว
  • เพื่อการทานอาหารคีโตให้ได้ระยะยาว คุณควรตระหนักว่าแต่ละช่วงการทานปริมาณพลังงานนั้นจะไม่เท่ากัน และพลังงานที่ร่างกายสามารถใช้จากไขมันที่สะสมในร่างกายก็ไม่เท่ากัน เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานพอไขมันเราเริ่มลด พลังงานจากไขมันในร่างกายที่มีก็จะน้อยไม่เพียงพอต่อร่างกาย ทำให้ต้องทานไขมันภายนอกเข้าไป
  • ด้วยเหตุนี้การฟังร่างกายของตัวเองคือสิ่งที่คุณควรทำที่สุดแล้ว หิวกิน อิ่มหยุด
  • แต่ต้องมั่นใจนะว่าที่หิวเพราะเราหิว ไม่ใช่หิวเพราะเราอยาก
  • มีคำในภาษาอังกฤษที่อาจจะไม่สามารถใช้กับคีโตได้เป๊ะ แต่ความหิวและความอยากอาจจะดูได้จากวลีนี้
  • “If you are not hungry enough to eat an apple, you are not really hungry.”
  • แปลว่า ถ้าคุณไม่หิวขนาดที่อยากกินแอปเปิ้ล จริงๆแล้วคุณไม่ได้หิวเลย (ถ้าทานคีโตอาจจะต้องแปลงเป็นสลัดแทน)
  • โดยประสบการณ์ส่วนตัวของผม ถ้าผมรู้สึกหิวแล้วอยากทานอะไรเป็นพิเศษ ผมมองว่าอันนั้นไม่ใช่ความหิวที่แท้จริงครับ

8. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ – ถ้าเจตนาที่จะรักษา ดูแล ทำให้โรคเรื้อรังหายขาด อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ คุณจะต้องอาหารคีโตในช่วง Maintenance ที่สามารถทำติดต่อกันได้เป็นปีหรือหลายสิบปี

  • สำหรับคนที่มีภาวะดื้ออินซูลิน อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบที่ให้คุณทานอาหารจนอิ่มจะสามารถทำให้คนแต่ละคนเปลี่ยนผ่านไปยังช่วง maintenance ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • การทานอาหารคีโตระยะสั้น และอาหารแบบแคลอรี่ต่ำมาก ที่มีการทานคาร์โบไฮเดรตกลับเข้าไปในจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะไม่สำเร็จในการรักษาน้ำหนักในระยะยาว หรือรักษาสุขภาพของระบบเมตาบอริกในระยะยาว
  • การเจตนาอดอาหารเพื่อจำกัดแคลอรี่และมีความรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่แผนการทานระยะยาว
  • การออกกำลังกายอย่างหนัก โดยเฉพาะคนที่ประวัติเกี่ยวกับโรคเบาหวานและความอ้วน จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการลดและรักษาน้ำหนัก โดยไม่ได้ใช้การควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตเข้าช่วย (10)

9. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ – ถ้าจะทานเพื่อรักษาโรค หรือแบบ Therapeutic Ketogenic Diet คุณควรจะได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนและควรหลีกเลี่ยงการทานสลับไปมา

  • หากจุดประสงค์ต้องการดูโรคเบาหวานหรือความดันสูง หากไม่ทานแบบจำกัดคาร์โบไฮเดรตให้ต่อเนื่องให้น้อยตลอดเวลา หรือ หากระหว่างการทานคีโตมีการจำกัดแคลอรี่เข้าด้วยเพราะยารักษาโรค สองสิ่งนี้สามารถที่จะส่งผลเสียได้ โดยเฉพาะโอกาสเสี่ยงจากผลข้างเคียงของยาได้
  • แม้ว่าการจำกัดการทานหรือ Intermittent Fasting (IF) สำหรับเวลาที่น้อยกว่า 24 ชม. จะเป็นผลดีต่ออาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ แต่ว่าการอดอาหารที่มากกว่า 24 ชม. ขึ้นไปแม้จะไม่ทำบ่อย จะไม่ทำให้เกิดผลดีในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีโรคเรื้อรัง (11,12)

10. อาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ – อาจจะมีลักษณะที่แตกต่างจากค่านิยมของการทานอาหารเพื่อสุขภาพในปัจจุบัน

  • อาหารคีโตนั้นมีลักษณะการทานที่แตกต่างจากอาหารทั่ว ๆ ไป กล่าวคือในระหว่างการอาหารคีโต จะมีการทานคาร์โบไฮเดรตที่น้อย รวมทั้งมีการทานไขมันที่สูง เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเริ่มทานอาหารคีโต คุณก็อาจจะต้องยอมรับกับกรอบแนวคิดใหม่นี้
  • อาหารคีโต ที่มีการอดอาหารหรือทานในปริมาณที่พลังงานน้อย ๆ เช่น พลังงานจากไขมันที่น้อยไป เราจะไม่นับว่าเป็นอาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ อ่านเพิ่มเติมข้อ 4
  • ก่อนจะเริ่มทานอาหารคีโต คุณควรจะลองปรึกษาแพทย์ประจำตัวดูก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีโรคประจำตัวและทานยาเป็นประจำ
  • กฎการทานทั้ง 10 ข้อนี้ค่อนข้างครอบครุม หากมีข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ปฎิบัติตามให้ถูกต้อง อาหารที่คุณทานอาจจะไม่นับเป็นอาหารคีโตแบบสมบูรณ์แบบ

หมายเหตุ

บางคนอาจจะสงสัยว่า Dr.Phinney สามารถลองดูวิดีโดย้อนหลังได้นะผมเคยโพส Lecture ของท่านบ้างๆ แต่โดยง่ายท่านเป็นอาจารย์หมออาวุโสที่ University of California – Davis. เป็นบรรณาธิการของวรสารวิชาการ American Journal of Clinical Nutrition
ท่านทานอาหารคีดตมาแล้วกว่า 10 ปี และยังเคยเขียนหนังสือขายดีหลายเล่ม เช่น The art and science of Low Carbohydrate Living และ The New Atkins for a New You. ปัจจุบันเป็น CMO – Chief Medical Officer ให้กลับ บ. Virta Health เป็น Start-up ที่มีจุดประสงค์ในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานโดยไม่ใช้ยา แต่ใช้การเปลี่ยนการทานแทน

โดยอีกคนที่ร่วมเขียนบทความนี้ก้มี Jeff S. Volek เป็น Professor ด้าน Low Carbohydrate และก็เป็นนักโภชนาการอาหารที่ได้รับการจดทะเบียนในอเมริกา Registered Dietitian

ที่มา

The Ten Defining Characteristics of a Well-Formulated Ketogenic Diet

แหล่งอ้างอิง

  1. Forsythe, CE., Phinney, SD., Fernandez, ML., et al. Lipids. 2008; 43:65–77
    Comparison of Low Fat and Low Carbohydrate Diets on Circulating Fatty Acid Composition and Markers of Inflammation. Lipids. 2008; 43:65–77
  2. Bhanpuri , NH., Hallberg, SJ., Williams, PT., et al Cardiovascular disease risk factor responses to a type 2 diabetes care model including nutritional ketosis induced by sustained carbohydrate restriction at 1 year: an open label, non-randomized, controlled study. Cardiovasc Diabetol (2018) 17:56
  3. Boden, G., Sargrad, K., Homko, C. Effect of a low-carbohydrate diet on appetite, blood glucose levels, and insulin resistance in obese patients with type 2 diabetes. Ann Intern Med. 2005; 15;142(6):403-11.
  4. Hallberg, SJ., McKenzie, AL., Williams, PT., et al. Effectiveness and Safety of a Novel Care Model for the Management of Type 2 Diabetes at 1 Year: An Open-Label, Non-Randomized, Controlled Study. Diabetes Ther. 2018; 9:583–612
  5. McKenzie, AL., Hallberg, SJ., Creighton, BC., et al. A Novel Intervention Including Individualized Nutritional Recommendations Reduces Hemoglobin A1c Level, Medication Use, and Weight in Type 2 Diabetes. JMIR Diabetes. 2017;2(1):e5
  6. Gibson, AA., Seimon, RV., Lee, CMY., et al. Do ketogenic diets really suppress appetite? A systematic review and meta-analsis. Obesity Reviews. 2015; 6: 64–76
  7. Phinney SD, BR Bistrian, RR Wolfe, et al. The human metabolic response to chronic ketosis without caloric restriction: physical and biochemical adaptation. Metabolism. 1983;32(8):757-68
  8. Davis PG, Phinney SD. Differential effects of two very low calorie diets on aerobic and anaerobic performance. International Journal of Obesity.1990;14(9): 779-87
  9. Hoffer LJ, Bistrian BR, Young VR,et al. Metabolic effects of very low calorie weight reduction diets. J Clin Invest. 1984;73(3):750-8
  10. Hall, KD. Diet Versus Exercise in “The Biggest Loser” Weight Loss Competition. Obesity Biology and Integrated Physiology. 2013; 21:957-959
  11. Corley BT, Carroll RW, Hall RM, et al. Intermittent fasting in type 2 diabetes mellitus and the risk of hypoglycemia: a randomized controlled trial. Diabet Med. 2018;35:588-594
  12. Conceição JDores J, Araújo F, et al. Severe hypoglycaemia among patients with type 2 diabetes requiring emergency hospital admission: The Hypoglycaemia In Portugal Observational Study-Emergency Room (HIPOS-ER). Diabetes Obes Metab. 2018; 20(1):50-59
  13. DeHaven, J., Sherwin, R., Hendler, R., et al. Nitrogen and sodium balance and sympathetic-nervous-system activity in obese subjects treated with a low-calorie protein or mixed diet. N Engl J Med. 1980; 302(9):477-82

ใส่ความเห็น