เกลือสีชมพูดีกว่าเกลือธรรมดาหรือไม่?

เกลือสีชมพูดีกว่าเกลือธรรมดาหรือไม่?

ถ้าใครมาเริ่มทานอาหารคีโต น่าจะเจอหลายๆต่อหลายสำนักแนะนำว่าจัดเลยเกลือหิมาลัยสีชมพูดี บางทีก็อาจจะเห็นภาพอินโฟกราฟฟิกที่แชร์กันแบบเกลือสีชมพูดีมีแร่ธาตุถึง 84 ชนิดอะไรทำนองนั้น

วันนี้เราจะมาพูดถึงบทความหนึ่งในเว็บไซต์สุดโปรดของผม healthline “Is Pink Himalayan Salt Better Than Regular Salt?” (ทำไมเว็บนี้ถึงสุดโปรดเพราะก่อนจะเริ่ม เขาจะบอกเลยว่าบทความนี้มีข้อมูลอ้างอิงไหม หรือว่าเป็นแค่การตั้งสมมติฐาน และถ้ามีอ้างอิงเขาก็จะลิ้งค์ไปที่งานวิจัยต่างๆ ให้เราได้เข้าไป เช็คอีกรอบได้”

เกลือสีชมพูหรือบางคนก็จะเรียกว่าเกลือหิมาลัย ชื่อฝรั่งเต็มๆมันคือ Pink Himalayan Salt เป็นเกลือชนิดหนึ่งนะครับที่มีสีชมพูตามธรรมชาติ โดยขุดมาจากเหมืองใกล้กลุ่มภูเขาหิมาลัยในประเทศปากีสถาน

หลายๆต่อหลายคนมักจะบอกว่ามันอุดมไปด้วยแร่ธาตุและให้ประโยชน์ทางสุขภาพต่างๆนาๆ

ด้วยเหตุนี้เกลือสีชมพู ในหลายๆครั้งจึงมักถูกมองว่ามีประโยชน์ หรือ Healthier กว่าเกลือแกงธรรมดา

อย่างไรก็ตามงานวิจัยเกี่ยวกับเกลือชมพูนั้นมีน้อยมาก และหลายต่อหลายคนก็มองว่าคุณประโยชน์ต่างๆที่มักจะถูกอ้างถึงเป็นการคาดเดาเอาเสียมากกว่า

บทความนี้จะดูถึงความแตกต่างระหว่างเกลือชมพูและเกลือธรรมดา พร้อมกับพิจารณาหลักฐานต่างๆประกอบเพื่อดูว่าเกลือชนิดไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน

เกลือคืออะไร

เกลือเป็นสารประกอบที่ประกอบด้วยโซเดียมคลอไรด์เป็นส่วนใหญ่ (ถ้าเด็กพอจะจำได้ NaCl)

โดยปกติแล้วเกลือจะมีโซเดียมคลอไรด์ที่ประมาณ 98% ต่อน้ำหนัก และในหลายๆครั้งคนก็มักจะใช้คำว่าเกลือและโซเดียมสลับไปมา (น่าจะเคยได้ยินว่าอันนี้มีโซเดียมเยอะนะ อะไรทำนองนั้น)

เกลือนั้นสามารถมาได้จากสองแหล่งคือการระเหยน้ำทะเลหรือน้ำเค็ม หรือการทำเหมืองจากเกลือใต้ดิน

โดยปกติแล้วเกลือที่ขายกันในท้องตลาด จะผ่านกระบวนการปรับแต่งเพื่อกำจัดส่วนที่ไม่สะอาด impurities หรือแร่ธาตุอื่นนอกจาก โซเดียมคลอไรด์ ออกไป

ในบางครั้งจะมีการเติมสารป้องกันการเกาะตัว anticaking agent ลงไป และไอโดดีนก็มักจะถูกเติมลงไปเพื่อป้องกันภาวะขาดไอโอดีนในตัวผู้บริโภค

มนุษย์เรานั้นได้ใช้เกลือมาปรุงอาหารและถนอมอาหารมาเป็นกว่าพันๆปีแล้ว

โซเดียมนั้นมีหน้าที่สำคัญหลายอย่างมากในร่างกาย เช่น การรักษาสมดุลของเหลว ระบบประสาม และการยืดหดของกล้ามเนื้อ

ด้วยเหตุนี้การในระหว่างทานอาหารคีโต เกลือ หรือบางทีผมก็เรียกว่า เกลือแร่ Electrolyte จึงมีความสำคัญอย่างมากที่จะช่วยป้องกันอาการผิดปกติต่างๆได้ ที่เรามักจะเรียกรวมๆว่าไข้คีโต

โดยเหตุผลนี้มันจำเป็นมากที่คุณจะต้องทานเกลือหรือโซเดียมในอาหารของคุณ

อย่างไรก็ตาม มีผู้ทำงานด้านการแพทย์หลายคนที่ยังบอกว่าปริมาณโซเดียมที่สูงจะทำให้เกิดความดันสูงและโรคหัวใจ มีงานวิจัยปัจจุบันบางเรื่องที่ศึกษาว่าความเชื่อเหล่านี้เป็นสิ่งที่จริงหรือไม่

ด้วยเหตุนี้หลายต่อหลายคนจึงหันไปใช้เกลือสีชมพูมาแทน เพราะเชื่อว่ามันอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า

ทำไมต้องเกลือสีชมพู

เกลือสีชมพูเป็นเกลือที่มีสีชมพูโดยทำการขุดมาจากเหมืองเกลือ Khewra ใกล้เทือกเขาหิมาลัยในประเทศปากีสถาน

เหมืองเกลือ Khewra เป็นเหมืองเกลือที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโล

โดยเกลือสีชมพูจากเหมืองนี้มักถูกเชื่อว่าเป็นก้อนเกลือที่มาอายุเป็นล้านๆปี ที่เกิดจากการระเหยของน้ำใต้ดิน

เกลือชมพูจะถูกขุดออกมาโดยมือและไม่ค่อยผ่านกระบวนการและมักจะถูกมองว่าเป็นธรรมชาติมากกว่าเกลือแกง

เช่นเดียวกับเกลือแกง เกลือชมพูประกอบไปด้วยโซเดียมคลอไรด์เป็นส่วนใหญ่

แต่เนื่องจากการที่สกัดหรือขุดออกมาอย่างธรรมชาติ ทำให้เกลือชมพูยังมีแร่ธาตุอื่นๆในปริมาณน้อยที่อาจจะไม่พบในเกลือแกงทั่วๆไป

บางคนคาดการณ์ว่ามันอาจจะมีมากถึง 84 แร่ธาตุ ด้วยเหตุนี้การที่มันยังมีแร่ธาตุเหล็กปนบ้างทำให้เกลือหิมาลัยมีสีชมพู

เกลือสีชมพูมีแร่ธาตุมากกว่าเกลือแกง?

ทั้งเกลือแกงและเกลือสีชมพูนั้นประกอบด้วยโซเดียมคลอไรด์เป็นหลัก แต่เกลือสีชมพูอาจจะมีแร่ธาตุอื่นๆมากถึง 84 ชนิด

แร่ธาตุเหล่านี้อาจจะเป็นแร่ธาตุทั่วๆไปเช่น โพแทสเซียมและแคลเซียม รวมถึงแร่ธาตุแปลกที่คนไม่ค่อยรู้จัก เช่น strontium และ molybdenum

งานวิจัยหนึ่งได้ทำการเปรียบเทียบแร่ธาตุต่างๆในเกลือ รวมถึงเกลือชมพูและเกลือแกง

ตารางนี้แสดงค่าของธาตุต่างๆที่เราคุ้นเคย ใน 1 กรัมของเกลือในหลายๆชนิด (เสียดายไม่มีของประเทศไทยนะครับ – ใครสนใจประเทศอื่นดูที่งานวิจัยได้เลยมีเกลือจาก 45 แหล่ง)

หน่วย มก. เกลือชมพู เกลือแกง เกลือทะเล ดอกเกลือ เกลือโลว์โซเดียม เกลือดำ
แคลเซียม 1.6 0.4 0.5 6.0 0.3 14
โพแทสเซียม 2.8 0.9 2.3 6.5 669 7
แมกนีเซียม 1.06 0.0139 0.307 17.6 2.37 10.8
เหล็ก 0.0369 0.0101 0.00446 0.0261 0.0058 0.0145
โซเดียม 368 381 443 375 139 303
ที่มา Himalayan Mountains Morton’s Table salt with iodine Okinawa Shima Masu Sea Salt, Japan Pangasinan Star fleur de sel, Philippines Nutra SaltTM (66% less sodium) USA Kilauea Black salt, Hawaii

หากเราดูจากตารางด้านบนเปรียบเทียบระหว่างเกลือแกงและเกลือชมพู เราจะพบว่าเกลือแกงมีโซเดียมมากกว่า ในขณะที่เกลือสีชมพูมีแร่ธาตุอื่นอันได้แก่ แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก

(ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างที่เห็น ผมได้เพื่มเกลือตัวอื่นๆเข้าไปประกอบ เช่น เกลือทะเลจากญี่ปุ่น ดอกเกลือจากฟิลิปปินส์ เกลือโลว์โซเดียมอเมริกา เกลือสีดำจากรัฐฮาวาย จะเห็นได้ว่าเกลือสีชมพูไม่ได้มีลักษณะโดดเด่นไปกว่าเกลือชนิดอื่นๆเลย)

สมมติว่าคุณต้องทานโพแทสเซียมให้ได้ตามค่าแนะนำต่อวัน คุณจะต้องบริโภคเกลือชมพูราวๆ 1.7 กก. กรัม

ถ้าสมมติว่าคุณต้องทานโพแทสเซียมให้ได้ตามค่าแนะนำต่อวัน คุณจะต้องบริโภคเกลือชมพูราวๆ 1.7 กก. กรัม ซึ่งนั่นเป็นปริมาณที่เป็นไปไม่ได้เลย โดยส่วนใหญ่แล้วแร่ธาตุแถมที่อยู่ในเกลือชมพูนั้นมีปริมาณที่น้อยมาก จนมันไม่น่าจะให้คุณประโยชน์อะไรได้เลย

ความเห็นแอดมิน

ถ้าถามผม ถ้าเราพิจารณาจากสารอาหารที่วัดได้ในเกลือแล้วนั้น ผมจะแนะนำให้คุณทานเป็นเกลือทะเลของไทย หรือไม่ก็ดอกเกลือ เนื่องจาก คุณจะได้ประโยชน์ตรงที่ว่าเกลือนี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการฟอกขาวเพื่อกำจัดแร่ธาตุอื่นจนเหลือน้อยมาก เหมือนกับเกลือเสริมไอโอดีน ซึ่งจริงๆแล้วไอโอดีนคุณสามารถที่จะได้มาจากอาหารทะเล ไข่ สาหร่าย กุ้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนมเช่นชีส เป็นต้น

แต่หากคุณมีกำลังทรัพย์จะไปซื้อหาเกลือชมพูก็แล้วแต่ แต่ในความเห็นคิดว่าไม่จำเป็น และเป็นกระแสมากกว่า

ใส่ความเห็น