ความลับเกี่ยวกับการลดน้ำหนักให้สำเร็จ

สุดยอดแห่งความลับเกี่ยวกับการลดน้ำหนักให้สำเร็จ

 
และความลับนั้นก็คือ
 
…..
 
….
 
 
..
 
.
 
พยายามหลีกเลี่ยงที่จะบอกใครครับว่าคุณจะลดน้ำหนัก
 ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนในครอบครัว หรือคนในที่ทำงาน
 

วิธีการนี้ยังมีผลต่อความสำเร็จในหลาย ๆ เรื่องนอกจากลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นการเข้ายิม เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า การทำงานให้สำเร็จ หรือ กำลังจะเริ่มทำอะไรซักอย่าง รวมถึงการพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ

สาเหตุมาจากสิ่งที่เรียกว่า False Feeling of accomplishment

มันเป็นหลักจิตวิทยาก็ว่าได้กล่าวโดยย่อก็คือ
 
หากคุณบอกว่าคุณกำลังทำอะไรซักอย่าง เพื่อน ๆ ของคุณก็อาจจะชมเชยคุณในแง่บวก ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณประสบความสำเร็จแล้ว แล้วนั่นแหละจะทำให้การลดน้ำหนัก หรือการเลิกบุหรี่ เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะสมองของคุณหลงไปความสำเร็จเรียบร้อย
 
ในส่วนตัวผมมองว่าการลดน้ำหนักแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ Physical และ Mental คือทางกายและทางจิต
 
อาหารคีโตช่วยคุณได้แค่ทางกายเท่านั้น มันต่างจากอาหารอื่น ๆ ตรงที่มันอาจจะไม่ทำให้คุณจิตเสียบ่อย หรือ Loss mental strength
 
เพราะคุณไม่ได้อด คุณทานอิ่มเสมอ น้ำหนักลดเร็ว เห็นผลไว
สิ่งนี้เองก็จะส่งผลให้จิตใจของคุณดีไปด้วย แล้วประกอบกับสภาพจิตของคุณที่ดี
 
มันก็จะทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ง่าย
 

เขียนมานี่ แอดมิน นั่งเทียนเขียนมาหรือไม่

ก็น่าจะทราบนะผม Value Science-based evidence หรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เรื่องนี้ก็เช่นกัน ก็คืองานวิจัยปี 2009 โดย Gollwitzer P. et al. เรื่อง When Intentions Go Public: Does Social Reality Widen the Intention-Behavior Gap?
 
⭕️⭕️งานวิจัยทางจิตวิทยานี้พบว่า เมื่อคนบอกคนอื่นเกี่ยวกับแผนการที่จะเปลี่ยนตัวเองซักอย่างให้คนใกล้ชิดฟัง คน ๆ นั้นจะรู้สึกว่าเขาประสบความสำเร็จหรือบรรลุจุดหมายแล้ว ทำให้เขาพยายามทำตามแผนการนั้นน้อยกว่าคนที่ไม่ได้บอกใครเลย⭕️⭕️
 
ในงานวิจัยนี้เขาเขียนไว้หลายเรื่องมาก แต่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ

1.การศึกษาในกลุ่มตัวอย่างนักเรียนที่อยากเป็นผู้พิพากษา

เขาแบ่งนักศึกษาด้านกฎหมายเป็นสองกลุ่ม
 
กลุ่มแรกคือให้ทำแบบสอบถามระบุความอยากเป็นผู้พิพากษาให้ผู้ควบคุมการทดลองดู
 
กลุ่มสองก็ให้ทำแบบสอบถามเช่นกันแต่ไม่ต้องให้ผู้ควบคุมการทดลองดู
 
หลักจากนั้นทั้งสองกลุ่มต้องมาทำการศึกษาเรื่องข้อกฎหมาย โดยผู้ควบคุมมาดูว่าแต่ละคนใช้เวลาศึกษานานเท่าไร
 
ผลปรากฏว่านักศึกษาในกลุ่มแรกที่มีการทำแบบสอบถามและแสดงให้ผู้ควบคุมดู ใช้เวลาในการศึกษาข้อกฎหมายน้อยกว่ากลุ่มที่สองที่ตอบแบบสอบถามแต่ไม่แสดงอย่างมีนัยยะสำคัญ

2.อีกหนึ่งการทดลองในงานวิจัยเดียวกัน เกี่ยวกับนักเรียนที่อยากเป็นนักจิตวิทยา

 คือการให้นักเรียนที่อยากเป็นนักจิตวิทยา เขียนกิจกรรมที่จะทำในอาทิตย์ที่จะถึงลงบนกระดาษที่คิดว่าจะช่วยให้เขาหรือเธอประสบความสำเร็จในความใฝ่ฝันในการเป็นนักจิตวิทยา
 
นักเรียนครึ่งหนึ่งเมื่อส่งกระดาษให้ครู คุณครูก็จะอ่านและรับทราบถึงกิจกรรมที่นักเรียนเขียนไว้
 
ในขณะที่นักเรียนอีกครึ่งหนึ่งถูกแจ้งว่ากิจกรรมให้เขียนเป็นข้อผิดพลาด กล่าวคือ คุณครูไม่ได้อ่านข้อเขียนนั้น
 
หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ นักเรียนทุกคนถูกเรียกกลับมาที่อีกครั้งและให้เขียนกิจกรรมและเวลาที่ใช้ในกิจกรรมนั้น
 
ผลปรากฏว่านักเรียนกลุ่มแรกที่คุณครูได้อ่านกิจกรรมที่เขียนลงในกระดาษใช้เวลาน้อยกว่าอีกกลุ่มที่คุณครูไม่ได้อ่าน
 
—————
 
งานทั้งทดลองทั้งสองนั้นสื่อไปในทางเดียวกันและนำไปสู่ข้อสรุปของงานตีพิมพ์นี้นั่นคือ
 
เมื่อคุณจะเริ่มทำอะไรซักอย่างเกี่ยวกับการพัฒนาตัวคุณ (รวมถึงการลดน้ำหนัก) มันจะดีกว่าถ้าคุณให้การกระทำของคุณ  เสียงดังมากกว่าคำพูดของคุณ
 
ประสบการณ์ส่วนตัว ผมไม่บอกที่บ้านเลยนะว่าผมจะลดน้ำหนัก จนผมทานคีโตได้ 2-3 เดือน ค่อยไปบอกพี่ๆ คนที่ทำงาน หรือทางบ้าน หลักจากที่ผลมันประสบความสำเร็จแล้ว
 
อีก ปสก. หนึ่ง ที่ผมเอาหน้าปกหนังสือมาลงไว้ก่อนตั้งแต่สิงหาคม กลายเป็นว่าผมรู้สึกสำเร็จแล้ว เลยไม่ยอมเขียนหนังสือให้เสร็จซักที
 
—————
 
ที่มา

ใส่ความเห็น