ใครควร ใครไม่ควรทานอาหารคีโต


ใครควร และ ใครไม่ควรทานอาหารคีโต

 

หากท่านไปถามคุณหมอ ท่านก็อาจจะได้รับคำตอบที่แตกต่างกัน หรือถึงกระทั่งแนะนำว่าไม่ควรทานอาหารแนวนี้เลย แม้ขนาดฝั่งอเมริกาผู้ที่ริเริ่มการทานอาหารแนวนี้ก็ยังแบ่งเป็น 2 ค่าย คือที่คิดว่าได้ผล และอีกฝั่งที่คิดว่าเป็นอันตราย เพราะคุณหมอส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าการทานอาหารแนวนี้อาจทำให้ท่านเข้าสู่ภาวะ Ketoacidosis หรือภาวะร่างกายเป็นกรดมากเกินไป เกิดจากปริมาณคีโตนที่สูงบวก บวกกับร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ทำให้ร่างกายสร้างคีโตนไม่หยุด ซึ่งเป็นอันตรายมากและเป็นหนึ่งในอาการของคนที่เป็นเบาหวานประเภทที่ หรือ Type 1 diabetes source

https://www.dietdoctor.com/low-carb/ketosis

source

หากแต่ทว่าอาหารแนวนี้ หรือไดเอ็ตประเภทนี้นั้นถ้าร่างกายคุณๆ ปกติดีจะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า #Ketosis หรือภาวะที่ร่างกายมีปริมาณคีโตนมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะตัวคีโตหรือคีโตนบอร์ดี้นั้น (#Ketone_bodies) เป็นสารที่เกิดจากตับหลังจากที่มีการย่อยกรดไขมัน ซึ่งกรดไขมันจะมาจากย่อยสลายไตรกรีเซอไรด์ในร่างกาย หรือย่อยไขมันสะสมนั่นเอง


อาหารแนวนี้เหมาะสำหรับ

 

1. คนที่ร่างกายปกติ และไม่อยู่กลุ่มของคณที่ไม่ควรทาน

2. คนที่มี BMI (น้ำหนัก กก หารด้วย ความสูงยกกำลังสอง) มากกว่า 25 ขึ้นไป
ไม่แน่ใจว่าคำนวณอย่างไร ลอง KETO calculator

3. คนที่มีปริมาณไขมันที่มากอยู่แล้ว เช่น ผช. มากกว่า 20% หรือ ผญ มากกว่า 30%

 

สำหรับคนที่ไม่ควรอย่างยิ่งในการทานอาหารแนวนี้เลย

1. คนท้อง มีงานศึกษาพบว่าการอยู่ในภาวะ ketosis นานๆ จะส่งผลต่อการพัฒนาการด้านสมองของเด็ก
และโอกาสเสี่ยงของโครเกี่ยวกับระบบทางเดินประสาทเช่น spina bifida

2. ผู้หญิงที่ให้น้ำนมลูก เนื่องจากไม่มีงานวิจัยรองรับหรือศึกษาด้านนี้

3. คนที่ใช้ยาเพิ่มปริมาณ Insulin ในกระแสเลือด เช่น Insulin, Sulphonylureas (glibenclamide, gliclazide, glimepiride, glipizide, tolbutamide), Glinides (nateglinide, repaglinide)

4. คนที่ใช้ยาประเภทอื่นหรือมีโรคประจำตัว ข้อนี้เป้นข้อที่กว้างมากเนื่องจากยาแต่ละตัวมีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน
มันยากมากที่จะตอบว่าผลข้างเคียงของปริมาณคีโตในกระแสเลือดจะมีผลออะไรกับยาเหล่านี้ ขอนำนำให้ปรึกษาแพทย์ ดูโดยลองปรึกษาเกี่ยวภาวะ #ketosis และ #ketoacidosis

5. BMI ที่ต่ำถึงต่ำมาก อาหารแนวนี้แม้จะใช้ในการลดน้ำหนักโดยการเผาผลาญไขมัน บางคนที่กินยังใช้เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด
เพราะฉะนั้นถ้าคุณผอมมากๆ การกินอาหารแนวนี้ต้องระมัดระวังโดยการทานที่มากกว่าปกติเพื่อรักษาน้ำหนัก

6. เด็ก อาหารแนวนี้ถูกใช้มากและมีงานวิจัยหลายงานเกี่ยวกับการให้อาหารแนวนี้ในเด็กที่มีอาการชัก seizure
แต่ถึงอย่างไรภาวการณ์เติบโตของร่างกายเด็กต้องใช้สารอาหารและวิตามินหลายอย่าง ทำให้การทานอาหารแนวนี้สำหรับเด็กต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

7. ผู้ป่วยโรคนิ่ว ถ้าคุณมีนิ่วอยู่แล้วการทางไขมันปริมาณสูงจะทำให้เกิดอาการปวดได้

8. ผู้ที่ผ่าตัดถุงน้ำดีออกจากร่างกาย เนื่องจากน้ำดีมีส่วนช่วยในการย่อยไขมัน

9. คนที่มีการผ่าตัดทางเดินอาหาร เนื่องจากไขมันย่อยยากกว่าปกติ

ถ้าร่างกายคุณปกติดีและมีภาวะอ้วน ที่ BMI เกิน มาตรฐาน 25 ขึ้นไปและปริมาณไขมันที่สูงผมแนะนำให้ลองเริ่มทางดูครับ 

ที่มา http://www.diabetes.co.uk/keto/keto-diet-safety.html
http://www.diagnosisdiet.com/ketogenic-diet-safety/